พร้อมเปิดตัวแล้วกับ Corvette Z06 Convertible ที่พิเศษด้วยเครื่องยนต์แรงเต็มกำลัง

วันนี้เรามาอัพเดทข่าวคราวของรถแบบ Corvette Z06 Convertible กันบ้างนะคะ

สำหรับรถ Corvette Z06 Convertible ตัวนี้หลายๆคนอาจจะไม่รู้จัก หรืออาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกันมากเท่าไหร่นัก สำหรับรถตัวนี้เป็นยานยนต์ที่มีความแข็งแรง ทนทาน มีการพัฒนาในเรื่องของโครงสร้างมากยิ่งขึ้น โดยรถตัวนี้จะมีการผลิตโดยใช้วัสดุชั้นดี ใช้อะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบา ซึ่งจะส่งผลให้การขับเคลื่อนมีความคล่องตัว ขับขี่ได้ราบรื่น โฉบเฉี่ยว ให้ความเป็นตัวตนแห่งความเป็นสปอร์ตที่แท้จริงค่ะ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับความพิเศษด้วยชุดแต่งชุดใหม่ ที่มาพร้อมกับสีใหม่แบบ Blade Silver metallic เป็นสีที่สวยงาม สร้างความโดดเด่นให้กับยานยนต์ตัวนี้ได้ไม่น้อยเลยค่ะ และเจ้ารถยนต์ Corvette Z06 Convertible ตัวนี้ ทางเราทราบข่าวมาว่า จะมาพร้อมกับสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ โดยใช้เครื่องยนต์แบบ supercharged V8 ซึ่งกำลังจะไม่ต่ำกว่า 625 แรงม้าค่ะ
20111-vert

สอนทำ มัฟฟินแฮมชีส

ส่วนผสมมัฟฟินแฮมชีสครับ

แป้งสาลีอเนกประสงค์ 120 กรัม
แป้งข้าวโพด 75 กรัม
น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
ผงฟู 2 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา ½ ช้อนชา
เกลือป่น ½ ช้อนชา
นมสด 1 ถ้วยตวง
ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำมันข้าวโพด 6 ช้อนโต๊ะ
แฮมหั่นชิ้นเล็ก 240 มิลลิลิตร
เชดดาร์ชีสขูดฝอย ½ ถ้วยตวง
ต้นหอมผักชีซอย 2 ช้อนโต๊ะ
พิมพ์มัฟฟิน 12 หลุมทาเนย (หรือรองพิมพ์กระดาษ)
วิธีและขั้นตอนการทำ มัฟฟินแฮมชีส

ขั้นตอนแรกให้คุณร่อนแป้งอเนกประสงค์ แป้งข้าวโพด น้ำตาล ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือให้เข้ากันจากนั้นเตรียมไว้
ขั้นตอนต่อมาตีผสมนมสด ไข่ไก่ และน้ำมันข้าวโพดจนเข้ากัน ใส่ส่วนผสมแป้งลงไป ตีผสมจนเข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว ใส่แฮม ชีส ต้นหอมผักชีซอย หรือผักอื่นๆที่คุณชอบ และกระเทียมซอย คนผสมจนเข้ากัน
ตักส่วนผสมลงพิมพ์มัฟฟินที่เตรียมไว้ ประมาณ ¾ ของพิมพ์อย่าใส่เยอะเกินไปเพราะจะทำให้ล้นออกพิมพ์ จากนั้นให้นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 375 องศาฟาเรนไฮต์ รอเวลาประมาณ 20 นาที หรือจนหน้ามัฟฟินสุกกรอบเป็นสีน้ำตาล
นำออกจากเตาอบ พักไว้สักครู่ให้มัฟฟินคลายความร้อน นำออกจากพิมพ์ จัดใส่จาน พร้อมรับประทาน เพียงแค่นี้คุณก็ได้อาหารเช้าง่ายๆ ทำเพียงไม่กี่ขั้นตอนทานแล้ว

111412512

รู้เท่าทัน

147

เมื่อคราวที่แล้ว ได้นำข้อคิดจาก พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย แสดงทรรศนะต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ให้บทเรียนแก่คนทั่วโลกมากมาย ครั้งนี้ยังมีต่ออีกบทหนึ่งคือ การรู้เท่าทันธรรมดาของโลก สัจธรรมที่เกิดขึ้นนั้นสำหรับรู้ เมื่อรู้เท่าทันแล้ว ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เรียกว่าจริยธรรมสำหรับปฏิบัติ ฉะนั้น มนุษย์ควรจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใน 2 ส่วน

ส่วนที่หนึ่งเป็นส่วนของสัจธรรมที่เราจะต้องรู้ให้เท่าทันธรรม ชาติ อันเป็นธรรมดาของโลก และ ส่วนที่สอง เมื่อเรารู้เท่าทันสัจธรรมนั้นแล้ว เราจะปรับเนื้อปรับตัวอย่างไร เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับโลกและธรรมชาติของโลกให้อยู่รอดปลอดภัยอย่างดีที่สุด โดยที่ทั้งเราและทั้งโลกต่างก็ไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน

เมื่อเปรียบ เทียบอายุของมนุษย์กับอายุของโลกที่มีอายุเป็นล้านๆ ปีนั้น กล่าวได้ว่ามนุษย์เพิ่งจะมาถึงโลกใบนี้เมื่อวานนี้เท่านั้น ดังนั้น จึงยังมีอะไรอีกมากที่มนุษย์ยังไม่รู้จักเกี่ยวกับโลก มนุษย์เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าสำหรับโลกใบนี้ แต่น่าเสียดายที่ว่า มนุษย์ส่วนใหญ่กลับไม่ได้คิดเช่นนี้ เพราะต่างก็มีความเข้าใจผิดคิดว่าเรารู้จักโลกนี้ดีมาก เราเป็นนายของโลก และเราจะช่วงใช้โลกนี้อย่างไรก็ได้ จากฐานคิดที่ผิดเหล่านี้

ผลก็ คือ บ่อยครั้งที่เกิดวิกฤตต่างๆ มนุษย์ได้รับความวิบัติวอด วายมากมาย ทั้งๆ ที่มีหลายสิ่งหลายอย่างเคยเกิดขึ้นแล้ว แต่มนุษย์ก็ดูเหมือนกับไม่รู้จักสรุปบทเรียน เพราะลึกๆ แล้วมนุษย์เชื่อมั่นว่าตนเองสามารถบริหารจัดการโลกใบนี้ได้ ซึ่งเป็นฐานคิดแห่งความประมาท ซึ่งเป็นทรรศนะที่ผิด

ดังนั้น คุณธรรมที่ควรจะทำที่สุดในตอนนี้ กล่าวโดยสรุปมี 3 เรื่อง คือ

1.รู้เท่าทันธรรมดาของโลก และสิ่งแวดล้อมว่ามีแง่ดีแง่งามอย่างไร มีคุณอย่างไรและมีโทษอย่างไร

2.รู้เท่าทันทรรศนะที่ผิด ที่มนุษย์มีต่อโลกและธรรมชาติ และจากนั้นก็ปรับเปลี่ยนทรรศนะนั้น มาปฏิบัติต่อโลกและธรรมชาติอย่างถูกต้อง

3.ดำรง ชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท เพราะเมื่อเราดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท เราเห็นว่าภัยธรรมชาติมาถึง เห็นว่ามันเสียหาย ก็คงจะเสียหายน้อยกว่าคนที่ไม่ได้เตรียม ให้เตรียมรับมืออยู่เสมอ

เมื่อเราทำความเข้าใจแล้ว เราจะได้เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา และนั่นคือทางออกที่เราควรประพฤติปฏิบัติในเวลานี้

คอลัมน์ ศาลาวัด

มนุษย์แย่งชิงสิ่งสมมติ

1583

มนุษย์แย่งชิงสิ่งสมมติ

“เรารักผลประโยชน์ของเรามากกว่ารักชาติ ต้องให้คนเล็กคนน้อยตายอีกเท่าไรเราจึงจะสำนึก ว่าผลประโยชน์ที่เราแย่งชิงแท้ที่จริงมันเป็นเพียงสิ่งสมมติ”

คอลัมน์ คำพระ
ว.วชิรเมธี

ภัยจากการทะเลาะวิวาท

987412369874123524789651

ภัยจากการทะเลาะวิวาท

การพูดขัดแย้งกัน พูดไม่ตรงกัน โต้เถียงกัน ทะเลาะวิวาทกัน พูดไม่ถูกใจกัน ขัดผลประโยชน์กัน เป็นเหตุให้เกิดความบาดหมางกัน เป็นเหตุทำร้ายร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สิน วงศ์ตระกูลเผ่าพันธุ์และประเทศชาติของกันและกัน

ท่านกล่าวว่ามูลเหตุสำคัญๆ ของการทะเลาะวิวาท มี 3 ประการ คือ

1.วิวาทกันเพราะทรัพย์สมบัติ ผลประโยชน์

2.วิวาทกันเพราะเชื้อชาติ ผิวพรรณ วงศ์ตระกูล

3.วิวาทกันเพราะลัทธิความเชื่อถือทางศาสนาและการเมือง

ประการที่ 1 วิวาทกันเพราะทรัพย์สมบัติ เพราะคนเราต่างก็มีความโลภปรารถนาเพื่อความสุขความสบายของตนของครอบครัวของหมู่ชนของตนเอง มีความเห็นแก่ตน เห็นแก่ได้ด้วยกันเป็นส่วนมาก ถ้าการแสวงหาเพื่อให้ได้มาโดยทางธรรม โดยสัมมาชีพ ไม่แย่งชิงเบียดเบียนเอาของคนอื่นมาเป็นของตนโดยไม่ชอบธรรม การวิวาทกัน การทะเลาะกันก็ไม่เกิดขึ้น แต่ตรงกันข้าม ความวิวาทบาดหมางกันก็เกิดขึ้น เป็นภัยเบียดเบียนกัน แท้ที่จริงวัตถุสมบัติต่างๆ นี้ก็เป็นของมีประจำโลก เป็นเสมือนของที่ยืมเขามาใช้ชั่วคราว ถ้าหากว่าเราจะไปเอามาโดยไม่ชอบธรรม บาปกรรมก็จะเกิดตามเรา ไปก่อให้เกิดความทุกข์ความเดือดร้อนสิ้นกาลนาน หลายภพหลายชาติ

ประการที่ 2 วิวาทกันเพราะเชื้อชาติ ผิวพรรณ วงศ์ตระกูล อันนี้เป็นภัยอันตรายก่อให้เกิดความไม่สงบสุข อาฆาตพยาบาทเบียดเบียนกันโดยถือว่าคนชาตินั้น คนผิวสีนั้น คนที่เกิดในวงศ์ตระกูลนั้น เคยทะเลาะกันมา เคยรบกันมา คนยุคต่อมาหรือคนรุ่นหลังบางทีก็เกิดไม่ทันเหตุการณ์เหล่านั้นก็ยังเอามาเป็นข้อพิพาทบาดหมางกัน วิวาทกันทำร้ายทำลายกันไม่มีความสงบสุข ไม่สามารถจะปรองดองสามัคคีกันได้ มีให้เห็นเป็นตัวอย่างมากมาย คนต่างเชื้อชาติกันบางทีก็รบราฆ่าฟันกันมาเป็นหลายชั่วอายุคน หลายร้อยปี บ้านเมืองอยู่กันอย่างไม่สงบสุข บางทีก็ปรารภผิวพรรณ ชาติตระกูลที่แตกต่างกัน เกิดการดูถูกกัน ทำร้ายกันไม่รู้จักจบจักสิ้น

ประการที่ 3 วิวาทกันเพราะลัทธิความเชื่อถือทางศาสนาและการเมือง การวิวาทกันด้วยเหตุนี้ ย่อมรุนแรง ยิ่งลึก เพราะเป็นเรื่องของทิฐิมานะ อาศัยอำนาจของอวิชชาความไม่รู้เข้าต่อสู้ประหัตประหารกัน ใครที่ไม่มีความเชื่อเหมือนตน ก็กล่าววิวาทะกัน ไม่ได้พูดกันอย่างมีเหตุมีผล เอาความเชื่อเป็นที่ตั้ง เมื่อพวกชนหมู่อื่นไม่เชื่อเหมือนตนก็ถือเป็นศัตรู แม้จะไม่รู้จักกันก็ต้องเบียดเบียนรบรากันมาเป็นร้อยเป็นพันปี ขาดสันติภาพ สันติสุข องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสความวิวาทโดยความเป็นภัย เพราะย่อมก่อให้เกิดแต่ทุกข์โทษโดยประการต่างๆ สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นแก่ครอบครัว หมู่คณะ ชุมชน และประเทศชาติ

ฉะนั้นการทะเลาะวิวาทเป็นภัยเป็นไปเพื่อความหายนะอย่างใหญ่หลวง เป็นการทำลายความสามัคคี ความสงบสุข หยุดการพัฒนา มีแต่ความหวาดระแวง การทำมาหากินก็ลำบาก เกิดความทุกข์ยาก ทำให้โลกไม่น่าอยู่เต็มไปด้วยภัยอันตราย เป็นการก่อเวรให้แก่กันและกัน ยากที่จะสงบสุขลงได้ เพราะกลายเป็นการจองเวรแก่กันและกันไป

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

วิธีระงับดับทุกข์แบบหลวงปู่ดุลย์

789984564

ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๐ โลกธรรมฝ่ายอนิฏฐารมณ์กำลังครอบงำข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทยอย่างหนัก คือ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทา และทุกข์ แน่นอนความทุกข์โศกอันนี้ย่อมปกคลุมถึงบุตรภรรยาด้วย

จึงมีอยู่วันหนึ่ง คุณหญิงคุณนายหลายท่านได้ไปนมัสการหลวงปู่ พรรณนาถึงความทุกข์โศกที่กำลังได้รับอยู่ เพื่อให้หลวงปู่ได้แนะวิธีหรือช่วยเหลืออย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่ท่านจะเมตตา

หลวงปู่กล่าวว่า

บุคคลไม่ควรเศร้าโศกอาลัยอาวรณ์ถึงสิ่งนอกกายทั้งหลายที่มันผ่านพ้นไปแล้ว มันหมดไปแล้ว เพราะสิ่งเหล่านั้น มันได้ทำหน้าที่ของมันอย่างถูกต้องโดยสมบูรณ์ที่สุดแล้ว

ธรรมะ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลักธรรมแท้

498465466545111

มีอยู่อย่างหนึ่งที่ผู้ปฏิบัติธรรมชอบพูดถึง คือชอบโจษขานกันว่า นั่งภาวนาแล้วเห็นอะไรบ้าง ปรากฏอะไรมาบ้าง หรือไม่ก็ว่าตนนั่งภาวนามานานแล้วไม่เคยเห็นปรากฏอะไรออกมาบ้างเลย หรือไม่บางคนก็ว่า ตนได้เห็นสิ่งนั้นสิ่งนี้อยู่เสมอ ทำให้บางคนเข้าใจผิดคิดว่า ภาวนาแล้วตนจะได้สิ่งที่ต้องการ เป็นต้น

หลวงปู่เคยเตือนว่า การปรารถนาเช่นนั้นผิดทั้งหมด เพราะการภาวนานั้นเพื่อให้เข้าถึงหลักธรรมที่แท้จริง

“หลักธรรมที่แท้จริงนั้น คือจิต ให้กำหนดดูจิต ให้เข้าใจจิตตัวเองให้ลึกซึ้ง เมื่อเข้าใจจิตตัวเองได้ลึกซึ้งแล้ว นั่นแหละได้แล้วซึ่งหลักธรรม”

ธรรมะ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

Toyota C-HR

Official-Toyota-C-HR-78945

แบรนด์รถยนต์นิสสัน Nismo แน่นอนมามาพร้อมความแรงและความสปอร์ตจริงๆ และทำให้มันเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ต้องการพอสมควรล่าสุดทาง Toyota CH-R ที่พึ่งเปิดตัวไม่นานในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2016 เตรียมจะทำเวอร์ชั่นสมรรถนะสูงเพื่อประชันกับ Juke Nismo เป็นข่าวที่มีความเป็นไปได้สูงเลยทีเดียวเมื่อโตโยต้ามีการวางแผนผลิตรถยนต์ C-HR สมรรถนะสูงเพื่อลงตลาดประชันกับ Nissan Juke Nismo งานนี้โตโยต้าเอาจริง เรมเบิร์ต เซอร์รัส ผู้จัดการอาวุโสแบรนด์โตโยต้ากล่าวว่า “มีความเป็นไปได้ที่เราจะผลิตซี-เอชอาร์ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการพัฒนาสมรรถนะให้สูงขึ้นมากเพียงใด อาจเป็นการไมเนอร์เชนจ์ตัวรถ หรืออาจเป็นโปรเจคต์ใหม่ไปเลย” โดยทางโตโยต้าจะส่ง Toyota CH-R ประชันความเร็วในงาน 24 Hours of the Nurburgring เดือนมิถุนายนนี้และรับข้อเสนอจากลูกค้าพร้อมพิจารณาผลิตจริงอีกครั้ง

Skoda Kodiaq SUV

Skoda-Kodiaq-SUV-789

Skoda Kodiaq เป็นรถเอสยูวีขนาดกลาง ซึ่งชื่อ Kodiaq เป็นการแปลงชื่อสปีชีส์หนึ่ง ของหมีอลาสก้า ที่มีชื่อ Kodiak และคาดว่าการออกแบบ Skoda Kodiaq จะโทนดาวจากต้นแบบ Vision S Concept เล็กน้อย โดยเพิ่มความโดดเด่นในการออกแบบด้วยกระจังหน้าและไฟหน้า , พร้อมภายในห้องโดยสารสามารถรองรับได้ 7 ที่นั่ง ซึ่งตัวถังจะมีความยาว 4.7 เมตร สร้างขึนบนแพลตฟอร์ม VW’s MQB platform ร่วมกันกับ Midsize SUV ของ Volkswagen มาพร้อมเครื่องยนต์ไร้ Hybrid ทั้งเบนซิน TSI และดีเซล TDI 4 สูบ พร้อมเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ DSG และระบบขับเคลื่อนเลือกได้ทั้งรุ่นขับหน้าและขับสี่ 4×4 และคาดว่า Skoda Kodiaq จะเปิดตัวช่วงในงานมหกรรมรถยนต์ Paris Motor Show 2016 และอาจจะเปิดจำหน่ายต้นปีหน้า

หลวงพ่อเปียก วัดนาสร้าง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

พระครูอนุกูลกิจการ (เปียก ปทุโม) วัดนาสร้าง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

หลวงพ่อเปียก ปทุโม อดีตเจ้าอาวาสวัด นาสร้าง ท่านเป็นผู้ที่สร้างวัดนาสร้างให้เจริญรุ่นเรือง สร้างถาวรวัตถุสืบต่อพระพุทธศานาให้ดำรงอยู่

มาจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากหลวงพ่อเปียก เป็นผู้ประกอบด้วยบารมีธรรมอันสมบูรณ์ มีความเสียสละ เมตตาปราณี ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย และท่านยังมีผีมือทางช่างเป็นเลิศ ลวดลายปูนปั้นอันเก่าแก่ของวัดแทบทุกอย่างล้วนเกิด จากผีมือของท่านทั้งสิ้น ที่สำคัญท่านสามารุทราบล่วงหน้าถึงวันมรณภาพของท่านจึงเพ่งกสิณมรณภาพ ในอิริยาบถยืน หลังจากท่านมารณภาพได้เพียง 7 วัน สังขาร ของท่านกลับแข็งราวกับเป็นหิน ท่านมีนามเดิมว่า เปียก ศิลป์สกลราษฎร์ เป็นบุตรของนายซิ่ง (บุตรชายของขุนสกุลบ้านรับร่อ )และนางยิ่ง (หลานของพระยาท่าแซะทุคะ ราชพี่ชายของพระยาชุมพร) นับว่าหลวงปู่ท่านเกิดในตระกูล ชั้นสูง เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 8 ปี มะเส็ง พุทธศักราช 2435 ครั้ง เมื่ออายุ 15 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดตานาเมือง ตำบลคุริง อำเภอท่าแซะ เพื่อให้ได้ศึกษาหนังสือไทย และพุทธศาสนา กัยพระอาจารย์หนู ครั้งอายุล่วงได้ครบ 20 ปี จึงทำการอุปสมบทเมื่อวันที่ 12 มค.2455 ณ วัดนาสร้าง ตำบลท่าแซะ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยมีพระครูวาทีธรรมรส วัดสุบรรณิมิตร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการสิน เป็น พระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ปทุโม”

หลวงพ่อเปียก ปทุโม “ท่านปั้นพระด้วยพระ เพื่อความเป็นพระ” คำนี้หมายความว่า ท่านเป็นผู้มีจิตใจอันบริสุทธิ์ เป็นพระอยู่แล้ว ท่านปั้นพระพุทธรุปขึ้นมาเพื่อเพิ่มความเป็นพระในใจท่านให้บริสุทธิ์ ยิ่งขึ้นและให้ผู้ได้พบเห็นได้ไหว้พระบูนปั้นเหล่านั้น เพื่อน้อมจิตใจของตนให้เป็นพระ และมีความบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นนั่นเอง วัดนาสร้างจึงมีศิลปกรรมอันควรแก่การทัศนา หรือเดินทางไปชมยิ่งนัก คนในยุคนั้นเพียงแต่ได้ไปชมวัด และได้ไปนมัสการท่านก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว ท่านถึงกาลมรณภาพเมื่อพุทธศักราช 2505 สิริรวมอายุ 70ปี 50 พรรษา

แหล่งรวมศิลปะ ความรู้ ทุกเรื่องราวไว้ที่นี่ที่เดียว คุณสามารถอ่านหาความรู้กันได้อย่างฟรีๆกันไปเลย